เกร็ดความรู้

ศูนย์รวบรวมข้อมูลเรื่องเกร็ดความรู้สำหรับการดูแลรักษาบ้าน การตกแต่งบ้าน ให้สวยงามอยู่เสมอ เพราะบ้านคือศูนย์รวมความสุขของทุกคนในครอบครัว

Line

เธอมากับฝน...โรคในหน้าฝน

ข่าวและสาระน่ารู้ / เกร็ดความรู้ / Home's Tips

Line

 
          ใครที่ปวดหัวกับบิลล์ค่าไฟที่พุ่งพรวดในช่วงหน้าร้อนคงได้ถอนใจยาว ๆ เพราะตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวอากาศก็เย็นสบายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี  แต่ทั้งนี้ก็ต้องระมัดระวังกันสักหน่อยในเรื่องของพายุฝน ที่อาจมีลมกรรโชกแรง หรือมีน้ำท่วมในบางพื้นที่  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโรคภัยที่มักจะมาพร้อมกันในช่วงหน้าฝนนี้ด้วย  มาดูซิว่ามีโรคอะไรบ้างที่เราจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนนี้

1. ไข้หวัดธรรมดา  เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดและแพร่กระจายได้ง่าย โดยผู้ป่วยจะมีอาการ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ  เจ็บคอ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย การรักษาไข้หวัดไม่จำเป็นจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ให้รักษาตามอาการ เช่น ถ้ามีอาการไข้ก็ให้รับประทานยาลดไข้ พักผ่อนให้มากขึ้น ไม่อาบน้ำเย็น ควรดื่มน้ำอุ่น โดยอาการมักดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน


2. ไข้หวัดใหญ่  เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา มีไข้สูงติดกันหลายวันโดยเฉพาะในเด็กจะมีไข้สูงลอยเกินกว่า 39-40 องศาเซลเซียส และมีอาการหนาวสั่นสะท้าน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร การรักษาหากมีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว และใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารอ่อน ๆ และให้นอนพักมาก ๆ หากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรพบแพทย์
 


 
3. ไข้เลือดออก เป็นโรคร้ายที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค  โดยจะมีอาการไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ติดต่อกันประมาณ 3-7 วัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยแขนขา ปวดกระดูก และอาจมีผื่นแดงตามตัว ซึม เบื่ออาหาร ปวดท้อง อาเจียน การดูแลรักษาควรดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดไข้เป็นระยะ อาจรับประทานยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอลได้แต่ในปริมาณที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามรับประทานยาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAID เด็ดขาด  หากใครมีไข้สูงมาก ไข้ไม่ยอมลดต้องรีบไปพบแพทย์


 
4. โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง เป็นภาวะที่ตาเกิดการอักเสบจนทำให้ตาขาวเป็นเส้นเลือดแดง อาการมีเยื่อตาสีแดง น้ำตาไหล ปวดตา แสบตา แพ้แสง เคืองตา คันตา มีขี้ตา อาจเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น ปฏิกิริยาจากอาการภูมิแพ้ หรือเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส การรักษาสามารถบรรเทาอาการตาแดงได้เอง เช่น การประคบร้อนบนตาข้างที่เป็น รับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการปวดบวม หรือหยอดตาด้วยยาหยอดตาหากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์


 
5. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ หรืออาจมีลักษณะเป็นมูก มีอาการปวดท้อง หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย ร่างกายอ่อนเพลีย อาเจียนอย่างรุนแรง ซึ่งการดูแลในเบื้องต้น ให้รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เน้นอาหารจำพวกแป้ง มีโปรตีนเล็กน้อย ให้ดื่มหรือจิบน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อย ๆ หากผู้ป่วยมีอาการซึมลง มีไข้สูง หรืออาการท้องเสียไม่หายภายใน 4-5 วัน ควรพบแพทย์


 
4. โรคฉี่หนู เป็นอีกหนึ่งโรคระบาดที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน สามารถแพร่ระบาดได้ในพื้นที่ที่มีน้ำขัง โดยจะแสดงอาการภายใน 10 วัน ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดตามกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่อง หากไม่รีบรักษาจนอาการหนักขึ้นอาจเสียชีวิตได้  ซึ่งการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะนาน 7 วันเพื่อให้หายขาด ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาปฏิชีวนะเข้าไปในกระแสเลือดโดยตรง

          คงต้องบอกว่าฤดูฝนปีนี้ต้องระวังกันเป็นพิเศษสักหน่อย หมั่นดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สวมเสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค โดยเฉพาะเด็กกับผู้สูงอายุควรดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้อาจจะต้องระแวดระวังเรื่องของสัตว์มีพิษต่างๆ อาทิ งู  แมงป่อง ตะขาบ ที่กำลังหนีน้ำมาด้วยเช่นกัน  รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องดูแลสุขภาพกายกันให้ดีและที่สำคัญก็อย่าลืมดูแลสุขภาพทางใจควบคู่ไปด้วยนะครับ
ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์
เราสร้างบ้านเพื่ออนาคต

Line